แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลักสูตรผู้บริหารระดับกลาง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลักสูตรผู้บริหารระดับกลาง แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561

เทคนิคการวิเคราะห์ แก้ไขปัญหา และการตัดสินใจในสถานการณ์ที่ซับซ้อน

     เทคนิคการวิเคราะห์ แก้ไขปัญหา และการตัดสินใจในสถานการณ์ที่ซับซ้อน เป็นความรู้ที่ได้มาจากการเข้าร่วม โครงการฝึกอบรมหลักสูตร “การบริหารงานอุดมศึกษา ระดับกลาง” ระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม – 13 กันยายน 2561 ณ โรงแรมบีพีแกรนด์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จัดโดยสำนักสิริพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โดยมีวิทยากร คือ คุณพัฒนชัย กุลสิริสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท ชัยบูรณ์บราเดอร์ส
      เนื้อหาประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่ 1) การวิเคราะห์และแก้ไขปัญหา 2) การตัดสินใจในสถานการณ์ที่ซับซ้อน ปัญหาคือความต่างระหว่างความจริงกับสิ่งที่คาดหวัง พื้นฐานในการวิเคราะห์ปัญหาเริ่มต้นด้วย อริยสัจสี่(กลไกแห่งการดับทุกข์) ซึ่งประกอบด้วย ทุกข์(ปัญหา) สมุทัย(สาเหตุ) นิโรธ และมรรค การหาสาเหตุสามารถใช้เทคนิค Why Why Analysis หรือ Cause & Effect Diagram ในการวิเคราะห์ได้ ต้องหาให้พบถึงสาเหตุสุดท้ายที่เกิดจากการปฏิบัติงาน สาเหตุมักมีหลายประเด็นซึ่งต้องคัดกรองเฉพาะสาเหตุที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดในการแก้ไข จากนั้นจึงนำสาเหตุที่เหลือมาจัดลำดับความสำคัญด้วยวิธี Pareto หรือ จัดอับดับแบบ 0/1 (เป็นการเปรียบเทียบสาเหตุเป็นคู่ๆ ว่าสาเหตุใดสำคัญว่ากัน)
     เมื่อได้สาเหตุที่จะนำมาแก้ไขแล้ว การดำเนินการขั้นตอนถัดไปเป็นการใช้แนวคิด PDCA เริ่มด้วยการวางแผน (Plan) เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขสาเหตุตามลำดับความสำคัญด้วยหลัก 5W2H และพิจารณามาตรการดังกล่าวด้วยพิจารณา Confirm(ยืนยันว่าทำได้), Conflict(ทำแล้วจะเกิดความขัดแย้งหรือไม่), Continuous(สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่) และ Concrete(จับต้องและมีความเป็นไปได้) ขั้นตอนถัดไปคือการดำเนินการตามมาตรการที่ได้วางไว้ (Do) แล้วจึงทำการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล (Check) โดยเปรียบเทียบ Before/After หรือใช้แผนผังการควบคุม (Control chart) ขั้นตอนสุดท้ายคือการ Action จากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น หากสามารถแก้ไขปัญหาได้ให้กำหนดเป็นมาตรฐานด้วยการจัดทำเป็นคู่มือการปฏิบัติงานที่เรียกว่า QP(Quality Procedure) หรือ WI(Work Instruction)
     การแก้ไขปัญหาแบ่งได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่ Reactive(เกิดแล้วแก้), Inactive(ทำไปแก้ไป), Pre-active(ป้องกันก่อนเกิด) and Proactive(จินตนาการว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้างแล้วหาทางป้องกัน) ในส่วนของการแก้ไขปัญหา 2 ประเภทหลัง คือ Pre-active และ Proactive นั้น เป็นการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งต้องใช้การตัดสินใจ (Decision) มีความหมายว่า การเลือกทางที่ดีที่สุดจากทางเลือกที่มีอยู่เพื่อให้เกิดผลในการปฏิบัติสูงสุด การตัดสินใจแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1) การตัดสินใจการวางแผน(ล่วงหน้า) ซึ่งมักมีข้อมูลและเวลาที่เพียงพอในการตัดสินใจ และ 2) การตัดสินใจที่เป็นไปตามสถานการณ์(เร่งด่วน) ข้อมูลและเวลาที่มีมักจะน้อย ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญกับความถูกต้องของข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
     ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาหรือการตัดสินใจล้วนมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ การรักษาและยกระดับคุณภาพ เพื่อความพึงพอใจของลูกค้าทั้งภายในและภายนอกองค์กรเป็นสำคัญ สิ่งที่ทุกคนในองค์กรควรทำความเข้าใจตรงกันคือ ทุกการแก้ไขและการตัดสินใจนั้นมักจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงไม่มากก็น้อย การสื่อสารด้วยวิธีการที่เหมาะสมและเพียงพอของผู้บริหาร จะช่วยปรับความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงนั้นได้ จนทำให้คนในองค์กรเกิดการยอมรับและให้ความร่วมมือต่อการดำเนินการต่างๆ เพื่อพัฒนาองค์กรให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

วันเสาร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2561

การบริหารจัดการแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์และการมีส่วนร่วม (Results-Based Management : RBM)


      ตลอดเวลาการอบรมหลักสูตรตาม โครงการฝึกอบรมหลักสูตร “การบริหารงานอุดมศึกษา ระดับกลาง” ระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม – 13 กันยายน 2561 ณ โรงแรมบีพีแกรนด์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รวมจำนวน 93 ชั่วโมง เป็นหลักสูตร "การบริหารงานอุดมศึกษาระดับกลาง" ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ซึ่งบริหารจัดการหลักสูตรและอำนวยการฝึกอบรมโดยสำนักสิริพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โอกาสนี้ต้องขอขอบคุณทางมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญกับบุคลากรสายสนับสนุนในการอบรมเพื่อรับองค์ความรู้ทางด้านการบริหารจัดการ การอบรมครั้งนี้ จะเป็นการอบรมที่ถ่ายทอดองค์ความรู้จากวิทยากรที่ทรงคุณวุฒิ ประมาณ 22 ท่าน ซึ่งจะมีกระบวนรายวิชาทั้งสิ้น 24 วิชา 1 ศึกษาดูงาน และ 1 รายงานกลุ่ม รวมถึงการสกัดประเด็นความรู้ตามที่ได้รับมอบหมาย
       องค์ความรู้ที่ได้รับจากการอบรมถือเป็นองค์ความรู้ที่น่าสนใจและมีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนองค์กรให้เกิดความยั่งยืน และบรรลุเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาได้ต่อไปในอนาคต ทุกกระบวนรายวิชาเป็นองค์ความรู้ที่สำคัญต่อการปรับประยุกต์ใช้กับการบริหารจัดการองค์กรสู่อาชีพได้อย่างยั่งยื่น วิทยากรได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ รวมถึงถ่ายทอดประสบการณ์และนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับบุคลากรที่เข้าร่วมอบรมได้เป็นอย่างดี
       การบริหารจัดการแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์และมีส่วนร่วม (Results-Based Management : RBM) เป็นกระบวนรายวิชาที่มี อาจารย์ญาดา ดาวพลังพรหม อดีตนักทรัพยากรบุคคลเชี่ยวชาญ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ วิชานี้เป็นหนึ่งกระบวนรายวิชาที่น่าสนใจที่จะสามารถนำปรับประยุกต์ใช้กับการบริหารงานจัดการองค์กรได้อย่างมีประสิทธิผล ซึ่งการบริหารจัดการแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์และมีส่วนร่วม คือ วิธีการบริหารที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์หรือผลการปฏิบัติงานเป็นหลัก โดยมีการวัดผลการปฏิบัติงานด้วยตัวชี้วัดอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ทำให้ผู้บริหารทราบผลความก้าวหน้าของการดำเนินงานเป็นระยะๆ และสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงทีเป็นการควบคุมทิศทาง การดำเนินงานให้มุ่งสู่วิสัยทัศน์ของหน่วยงาน การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ให้บรรลุจะต้องอาศัยเครื่องมือทฤษฏี ซึ่งเครื่องมือทฤษฏีดังกล่าว คือ Balanced Scorecard (BSC) เป็นเครื่องมือทางด้านการบริหารจัดการที่ช่วยในการประเมินผลองค์กรและช่วยให้องค์กรนำเอากลยุทธ์ไปปฏิบัติจริง (Strategic Implementation) โดยเริ่มต้นที่วิสัยทัศน์ ภารกิจ และกลยุทธ์ขององค์กร ซึ่งเป็นขั้นของการกำหนดปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จ และจากนั้นก็เป็นการสร้างดัชนีวัดผลสำเร็จ (Key Performance Indicators: KPI) ขึ้นเพื่อเป็นตัวบ่งชี้ถึงเป้าหมายและใช้วัดผลการดำเนินงานในส่วนที่สำคัญต่อกลยุทธ์
     ดังนั้น จากการอบรมและได้องค์ความรู้จากท่านวิทยากรจะสามารถนำหลักการบริหารจัดการแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์และมีส่วนร่วม (Results-Based Management : RBM) โดยใช้เครื่องมือ Balanced Scorecard (BSC) นำมาปรับใช้ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ขององค์กรให้บรรลุเป้าประสงค์ได้อย่างยั่งยืน ส่วนจะปรับใช้อย่างไรนั้น ตรงนี้จะต้องใช้เวลาในการฝึกทบทวน และศึกษากระบวนการวิธีการนำกลยุทธิ์มาใช้ในการบริหารให้เกิดความชำนาญที่จะสามารถนำไปถ่ายทอดองค์ความรู้ให้บุคลากรต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2561

การพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารระดับกลาง: กลไกสำคัญในการขับเคลื่อน มรย.สู่มาตรฐานและความเป็นเลิศ

บรรยากาศการอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับกลาง
มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา "คลังปัญญาแห่งชายแดนใต้"  มุ่งมั่นพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทุกระดับ กำหนดเป็น "แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ระยะ 10 ปี (พ.ศ. 2560-2569) "  ซึ่ง "ทรัพยากรมนุษย์หรือคน" นับเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาองค์กรสู่มาตรฐานความเป็นเลิศ สอดคล้องกับเป้าประสงค์ของมหาวิทยาลัยฯ ตาม "แผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา สู่มาตรฐานความเป็นเลิศ ระยะ 10 ปี พ.ศ. 2560-2569" ใน "ยุทธศาสตร์ที่ 4 ปฏิรูประบบบริหารจัดการมหาวิทยาลัยให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เน้นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร" โดยเฉพาะเป้าหมายยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ คือการพัฒนา "ผู้บริหารและบุคลากรมีสมรรถนะในการบริหารและปฏิบัติงานตามมาตรฐานและเป็นมืออาชีพ"
   ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561  มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จึงได้จัด "โครงการพัฒนาสมรรถนะและศักยภาพผู้บริหารสู่มืออาชีพ" ระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม - 13 กันยายน 2561  ณ โรงแรมบีพีแกรนด์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยกลุ่มเป้าหมายในการเข้าอบรมได้แก่ รองคณบดี ผู้อำนวยการกอง รองผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการสำนักงาน และหัวหน้างานที่มีศักยภาพ รวม 32 คน  ซึ่งเนื้อหาและทักษะการฝึกปฏิบัติสอดคล้องกับหลักสูตร "การบริหารงานอุดมศึกษาระดับกลาง" ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)  ซึ่งบริหารจัดการหลักสูตรและอำนวยการฝึกอบรมโดยสำนักสิริพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
   สำหรับสาระและเนื้อหาสำคัญของหลักสูตร ได้แก่ บริบทของการบริหารงานอุดมศึกษา การบริหารจัดการองค์กร ภาวะผู้นำและการบริหารทีมงาน การบริหารงานอุดมศึกษา การบริหารจัดการทรัพยากร การกำกับติดตามงานในสถานะนักบริหารงานอุดมศึกษาระดับกลาง การพัฒนาหลักการคิดและตัดสินใจอย่างมีเหตุผล และการศึกษาดูงานในสถาบันอุดมศึกษา และมีการจัดทำและเสนอรายงานการศึกษาเป็นกลุ่ม พร้อมประกวดโครงการดีเด่น ผลลัพธ์ที่สำคัญที่ได้จากการอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับกลางครั้งนี้ คือ การสร้างทีมที่เข้มแข็ง การสร้างเครือข่ายการบริหารงานทั้งภายในและภายนอก การพัมนาโครงการนำไปสู่การปฏิบัติจริง รวมทั้ง การนำความรู้ ประสบการณ์ที่ได้รับ ไปถ่ายทอดสู่การปฏิบัติจริงในหน่วยงาน หลังจากนี้ จะเป็นการติดตามเพื่อประเมินผล "ผลลัพธ์ (Outcome) " และ "ผลกระทบ (Inpact)"  จากผู้บริหารที่เข้าอบรมในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นหลักสูตร "นักบริหารระดับกลาง มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา รุ่น 1" และจะจัดให้มีหลักสูตรในรุ่นต่อไป และในระดับอื่นๆ ตามมาในระยะต่อไป

 

 

 

 

 

 


วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ประชุมเตรียมความพร้อม หลักสูตรการบริหารงานอุดมศึกษาระดับกลาง: การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อศักยภาพการแข่งขัน

อาจารย์ ดร.ศิริชัย นามบุรี ประธานประชุมเตรียมความพร้อมผู้บริหารระดับกลาง
มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เพื่อร่วมอบรมพัฒนาศักยภาพผู้บริหารมืออาชีพ
 ตามแผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาสู่มาตรฐานความเป็นเลิศ ระยะ 10 ปี (พ.ศ. 2560-2569) ใน "ยุทธศาสตร์ที่ 4 ปฏิรูประบบบริหารจัดการมหาวิทยาลัยให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เน้นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร"  กำหนดตัวชี้วัดที่สำคัญคือ " ร้อยละของผู้บริหารและบุคลากรได้รับการพัฒนาสมรรถนะและมีผลการนำไปประยุกต์ใช้" ดังนั้นในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา โดยงานการเจ้าหน้าที่ กองกลาง สำนักงานอธิการบดี จึงจัดให้มี " โครงการพัฒนาสมรรถนะและศักยภาพผู้บริหารสู่มืออาชีพ " เป็นลักษณะโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการโดยใช้หลักสูตรการบริหารงานอุดมศึกษาระดับกลาง โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม - 13 กันยายน 2561 (อบรมเฉพาะวันจันทร์-วันศุกร์)  ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรมบีพีแกรนต์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และ สำนักสิริพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
   สำหรับกลุ่มเป้าหมายของผู้เข้าอบรมในครั้งนี้ จำนวนไม่น้อยกว่า 30 คน ประกอบด้วยผู้บริหารระดับรองคณบดี รองผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการกอง และหัวหน้างานที่มีศักยภาพและได้รับการพิจารณาคุณสมบัติ โดยคณะกรรมการดำเนินงาน  โดยการติดตามประเมินผลจากการอบรมครั้งนี้ นอกจากจะสรุปผลการดำเนินงานในภาพรวมเป็นรายงานผลการดำเนินงานโครงการเสนอต่อมหาวิทยาลัยแล้ว  ผู้เข้าอบรมจะต้องมีผลงานดังนี้
  1. จัดทำรายงานกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน นำเสนอโครงการพัฒนาที่สำคัญ และสอดคล้องกับเป้าหมาย ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย
  2. ถอดบทเรียนจากความรู้และประสบการณ์ของตนเอง เผยแพร่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเว็บไซต์จัดการความรู้ของหาวิทยาลัย คือ http://km.yru.ac.th อย่างน้อยคนละ 1 เรื่อง
  3. นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับ ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารหรือปฏิบัติงาน ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อหน่วยงาน มหาวิทยาลัย โดยจะมีการติดตามผลในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ในระยะ 3-6 เดือน เป็นรายบุคคลผ่านระบบสารสนเทศ e-HR ต่อไป  
เอกสารประกอบ