วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2562

มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จัดเวที KM YRU Forum 2018

        มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ได้ดำเนินงานการจัดกิจกรรมการจัดการความรู้ ประจำปีการศึกษา 2561 (KM YRU Forum 2018) คณะทำงานการจัดการความรู้ ได้ดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนการจัดการความรู้ ได้ประชุมหารือคณะกรรมการดำเนินงานการเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรม ฯ การกำหนดประเด็นหัวข้อการจัดการความรู้เพื่อนำเสนอการเข้าร่วมประกวดและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในปีงบประมาณ 2562 ทางคณะกรรมการได้สรุปมี จำนวน 3 ประเด็น ได้แก่  ประเด็นที่ 1 การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ประเด็นที่ การบริหารจัดการงานวิจัยและบริการวิชาการ  ประเด็นที่ 3 การบริหารจัดการองค์กรโดยใช้ ICT 
          คณะกรรมการดำเนินงานการจัดเวที (KM YRU Forum 2018) ได้มีการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรม จำนวน 3  ครั้งที่ 1 วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 ชี้แจงนโยบายการจัดการความรู้ของมหาวิทยาลัย โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลามี Blogger  การจัดการความรู้ (KM) ผ่านชุมชนออนไลน์มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา  (มรย.)  http://www.Km.yru.ac.th ให้ทั้ง 7 ส่วนราชการรายงานผลการดำเนินงาน (KM) ของหน่วยงาน เสนอร่างกำหนดการ การเสนอบุคลากรเป็นคณะกรรมการดำเนินงาน และรูปแบบการจัดกิจกรรม เป็นต้น  ครั้งที่ 2 วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2562  รายงานความก้าวหน้าการส่งผลงาน การพิจารณากรรมการตัดสินผลงาน การชี้แจงกำหนดการการนำเสนอ เป็นต้น ครั้งที่ 3 วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน 2562 รายงานจำนวนผลงานที่เข้าร่วมนำเสนอ พิจารณาเกณฑ์การประกวดนำเสนอ การเตรียมความพร้อมในแต่ละห้องในการนำเสนอ ในวันที่ 18 มินายน 2562 ได้มีการแบ่งกลุ่มตามประเด็นการนำเสนอดังนี้
       ประเด็นที่ 1 การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
                   1.1 การออกแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดและการสื่อสาร  ผลงานของ ผศ.กรัณฑรักข์ วิทยอภิบาลกุล คณะครุศาสตร์ (Download)
                   1.2 การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนรายวิชาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีพลังงาน แบบ MIX MODEL ผลงานของ อาจารย์อดุลย์สมาน สุขแก้ว คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร (Download)
                   1.3 หัวข้อ "การใช้ Edmodo ในการจัดการเรียนสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21"   ผลงานของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุภา วัชรสุขุม อาจารย์จิตติขวัญ ภู่พันธ์ตระกูล อาจารย์ธวัลรัตน์  พรหมวิเศษ อาจารย์สุรัสวดี  นราพงศ์เกษม อาจารย์ซอฟูวะห์ กูโน (Download)
                   1.4 We WIL survive by PROJECTs 21st Cent  ผลงานของ อาจารย์ปวีณา  เจะอารง /
รองศาสตราจารย์อัปสร อีซอ คณะวิทยาการจัดการ (Download)
                   1.5 สื่อวีดิทัศน์ภาษาอังกฤษเพื่อการเรียนการสอน ผลงานของ อาจารย์สาวิตรี มะดอมะ คณะครุศาสตร์ (Download)
                   1.6 การจัดการเรียนการสอน Work-Integrated Learning (WIL) และจิตอาสา ผลงานของ อาจารย์ ดร.ลออ มามะ คณะวิทยาการจัดการ (Download)
                   1.7 ปัญหาการสอนภาษาอาหรับเพื่อการสื่อสารสำหรับผู้ไม่ใช่เจ้าของภาษา ผลงานของ อาจารย์ ดร.อับดุลรอแม  สุหลงและคณะ คณะครุศาสตร์ (Download)
                    ประเด็นที่ 2 การบริหารจัดการด้านการวิจัยและบริกาวิชาการ 
                    2.1 การบริหารจัดการพัฒนางานวิจัยสู่การเผยแพร่ตีพิมพ์และการบริการวิชาการสู่ท้องถิ่น ผลงานของ อาจารย์ ดร.ปาวีณา ดุลยเสรี  คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร (Download)
                    2.2 
OTOP Guide ผลงานของ นางสาวริซมา  สาเม๊าะ สถาบันวิจัยและพัฒนาชายแดนภาคใต้ (Download)
                    2.3 การบริหารงานและการจัดการงานวิจัยทางด้านพลังงานสิ่งแวดล้อมสู่ความสำเร็จของบริการวิชาการในระดับชุมชน ผลงานของ อาจารย์อดุลย์สมาน  สุขแก้ว คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร (Download)
                    2.4  ทำเนียบผู้ทรงคุณวุฒิออนไลน์ ผลงานของ นางสาวฟิตรีนา ดาราแม สถาบันวิจัยและพัฒนาชายแดนภาคใต้ (Download)
                     ประเด็นที่ 3 การบริหารจัดการองค์กรโดยใช้ ICT
                     3.1 ระบบสรุปรายงานการเดินทางไปราชการด้วยโปรแกรม Microsoft Excel ผลงานของนางสาวนัสรี   มะแน  สถาบันวิจัยและพัฒนาชายแดนภาคใต้ (Download)
                     3.2 
Line official Account FixMe_FMS  (ศูนย์ซ่อมคณะวิทยาการจัดการ) ผลงานของนายอับดุลอาซีต  สะอิ 
นายฮาซัน นาวานิ นายอัสาร์ และเม็ง  นายนาซือรี  เตะกาแซ อาจารย์วุฒิชัย คงยัง คณะวิทยาการจัดการ (Download)                      3.3 การจัดการสินทรัพย์ไอทีด้วย Open Source+Power BI ผลงานของ นายมูฮามะ  มะสง (Download)
                      3.4 
การประยุกต์ใช้ Google Sheet ในการติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณ ผลงานของอาจารย์พิมลพรรณ ลีลาภัทรพันธุ์ 
นางอธิพร สมจิต นางสาวสุรียานี  อาบูวะ นางธัญรัศมี  รัตนกุล คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร (Download)
                      3.5 การเบิกจ่ายค่าตอบแทนผู้ทรงคุณวุฒิประเมินบทความ ผลงานของ นางสาวพาตีเมาะ อาแยกาจิ สถาบันวิจัยและพัฒนาชายแดนภาคใต้ (Download)
                      3.6 ติดตามงานด้วยโปรแกรม Trello ผลงานของ นางสาวฮานูณา   มุสะอะรง สถาบันวิจัยและพัฒนาชายแดนภาคใต้ (Download)
                      ผลการประกวดการนำสเสนอ
                      ประเด็นที่ 1 การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
                      ระดับดีเด่น การออกแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดและการสื่อสาร  
                      ระดับดีมาก การจัดการเรียนการสอน Work-Integrated Learning (WIL) และจิตอาสา 
                      ระดับดี  We WIL survive by PROJECTs 21st Cent  
                      ประเด็นที่ 2 การบริหารจัดการด้านการวิจัยและบริกาวิชาการ 
                      ระดับดีเด่น OTOP Guide 
                      ระดับดีมาก ทำเนียบผู้ทรงคุณวุฒิออนไลน์ 
                      ระดับดี  การบริหารงานและการจัดการงานวิจัยทางด้านพลังงานสิ่งแวดล้อมสู่ความสำเร็จของบริการวิชาการในระดับชุมชน 
                      ประเด็นที่ 3 การบริหารจัดการองค์กรโดยใช้ ICT
                      ระดับดีเด่น การจัดการสินทรัพย์ไอทีด้วย Open Source+Power BI
                      ระดับดีมาก ระบบสรุปรายงานการเดินทางไปราชการด้วยโปรแกรม Microsoft Excel
                      ระดับดี  การประยุกต์ใช้ Google Sheet ในการติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณ

                      




 










วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2562

เตรียมการจัดเวทีการจัดการความรู้ KM YRU Forum 2018 ประจำปีการศึกษา 2561

  การจัดการความรู้ (Knowledge Managment: KM) นับเป็นปัญหาและอุปสรรคของแทบทุกองค์กร  มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จึงได้จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับมหาวิทยาลัย ระหว่างส่วนราชการภายในเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำเสนอผลงานจากการจัดการความรู้ของหน่วยงาน เรียกว่า  KM YRU Forum ขึ้นเป็นประจำทุกปี
   สำหรับผลการดำเนินงานด้านการจัดการความรู้ของส่วนราชการภายใน ประจำปีการศึกษา 2561 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยฯ โดยสำนักงานประกันคุณภาพ (http://president.yru.ac.th/qa/web) ในฐานะหน่วยรับผิดชอบพัฒนาระบบกลไกสนับสนุนการจัดการความรู้ จะจัดเวที KM YRU Forum 2018 ขึ้นในวันที่ 18 มิถุนายน 2562 นี้ 
     สำหรับการกำหนดประเด็นเพื่อการจัดการความรู้ที่นำเสนอแลกเปลี่ยนในเวทีใน 3 ประเด็น ได้แก่
(1) ประเด็นการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning   (2) ประเด็นการบริหารจัดการงานวิจัย  และ (3)
การบริหารองค์กรโดยใช้ไอซีที  ทั้ง 3 ประเด็น มีบุคลากรจากส่วนราชการต่าง ๆ ส่งผลงาน KM เข้าร่วมนำเสนอไม่น้อยกว่า 30 เรื่อง

  
  

วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2562

การพัฒนาบทความวิจัยเพื่อการตีพิมพ์: การบริการวิชาการรับใช้สังคม

ประสบการณ์จากการเข้าร่วมอบรมปฏิบัติการที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา โดยสถาบันวิจัและพัฒนาชายแดนใต้ (สวพ.) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ "การพัฒนาบทความวิจัยเพื่อการตีพิมพ์"  ระหว่างวันที่ 9-10 มิถุนายน 2562  ณ โรงแรม บีพี สมิหลา บีช สงขลา จ.สงขลา  ความรู้และประสบการณ์ มีสาระสำคัญที่เป็นปัญหาในการเขียนบทความวิชาการหรือวิจัยเพื่อตีพิมพ์ ท่านวิทยากร  รศ.ดร.ชิตณรงค์ ศิริสถิตย์กุล  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เยาวเรศ ศิริสถิตย์กุล ได้นำเสนอว่าต้องสกัด 24 จุดตาย ที่ทำให้บทความไม่ได้ตีพิมพ์   เนื่องจากปัญหาสำคัญที่ทำให้บทความไม่ได้ตีพิมพ์ ได้แก่
  1. ขาดวินัย ไม่มีวันได้ส่ง มีผลงานแต่ขาดวินัย ผู้เขียนไม่สามารถควบคุมเวลาได้ บทความจึงไม่เสร็จ ส่งตีพิมพ์ไม่ได้
  2. งานซ้ำชาวบ้าน ขาดความแปลกใหม่ ไร้ความคิดสร้างสรรค์  งานต้องมีจุดเด่น เป็นงานใหม่ ถึงแม้ว่าทักษะการเขียนภาษาอังกฤษบทความตีพิมพ์นานาชาติไม่ดีพอ แต่บรรณาธิการวารสารนานาชาติ มักจะให้โอกาสถ้าเป็นประเด็นใหม่ ๆ
  3. หนีตัวเองไม่พ้น ย่ำอยู่กับที่ เนื่องจากขาดการผลิตผลงานที่ต่อเนื่อง จึงไม่มีผลงานตีพิมพ์
  4. วางโครงสร้างบทความไม่เหมาะสม ทำให้ขาดจุดเด่น ไม่เป็นไปตามรูปแบบของวารสาร
  5. พลาดโอกาส ขาดการเน้นจุดเด่นของงาน บรรณาธิการของวารสารพยายามจะมองหาจุดเด่น (Highlight) ผู้ผลิตผลงานจะต้องรู้ จุดเด่นของงานคืออะไร
  6. ขาดเอกภาพ มีผลงานมาก รายละเอียดมาก ไม่สามารถผสมผสานส่วนต่าง ๆ จนมีความหนักแน่นทางวิชาการได้  การพยายามใส่ทุกอย่างในบทความ จนขาดเอกภาพ 
  7. สไตล์การเขียน ทักษะการใช้ภาษาและการนำเสนอไม่เหมาะสม ก็เป็นอุปสรรคของการตีพิมพ์
  8. มาแบบรายงาน  (มีรายละเอียดมาก การเล่าเรื่องทั้งหมด) จะมีโอกาสตีพิมพ์ ถ้าสามารถปรับเป็นการเขียนให้เห็นกระบวนการวิจัยและผลวิจัย
  9. บทความนานาชาติ เขียนประโยคชนประโยค ขาดเชื่อมโยงเหตุและผล ทำให้ขาดเอกภาพ
  10. นำเสนอประเด็นยาก ซับซ้อน ไม่ชัดเจน จะต้องเขียนให้อ่านง่าย และมีน้ำหนัก คำนึงถึงผู้อ่านที่ไม่ใช่นักวิจัย สามารถเข้าใจ 
  11. รู้จักวารสารแหล่งตีพิมพ์น้อย แล้วส่งไปผิดที่ (ไม่ใช่จุดเน้นของวารสาร) ก็จะไม่ได้รับการตอบรับ โดยเฉพาะการอ้างอิงบรรณานุกรมช่วงท้าย จะต้องหาแหล่งอ้างอิง ผู้วิจัยต้องรู้จักแหล่งวารสาร เช่น วารสารในฐาน Scopus มีมากกว่า 30,000 วารสาร  หรือวารสารในฐานข้อมูล ISI  เพื่อเป็นโอกาสในการส่งบทความวิชาการ
  12. ผิดพลาด บกพร่องในการพิมพ์ เช่น ภาพ ตาราง บรรณานุกรม ทำให้ผลงานไม่ได้รับการตอบรับ ควรให้ความสำคัญอย่างมาก
  13. ไม่ให้ความสำคัญกับวารสาร แต่เพลินไปกับ Conference ควรส่งเสริมให้นักวิจัยส่งผลงานตีพิมพ์ในวารสารมากกว่าการ Conference Proceeding เพราะมีผลกระทบ (Impact) มีผลต่อการประเมินผลงานของมหาวิทยาลัยมากกว่า
  14. ละเลยผลงานที่มีมาก่อน ไม่ครอบคลุมและพิถีพิถันในการเลือก reference ต้องศึกษาประเด็นงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ควร Review อ้างอิงให้ครบถ้วน ไม่ควรค้นหาจาก Google อย่างเดียว ควรต้องใช้ฐานข้อมูล TCI, ISI, Scopus 
  15. อ้างอิงแต่งานตนเอง   แสดงถึงความใจแคบ ควรอ้างอิงบทความอื่น ๆ โดยเฉพาะผลงานในวารสารที่ตั้งใจตีพิมพ์
  16. ไม่อ้างอิงบทความ ไม่ใช้ฐานข้อมูลที่เป็นแหล่งที่มีชื่อเสียง เช่น ISI, TCI  คือ ควรอ้างอิงจากวารสาร ไม่อ้างอิงจากวิทยานิพนธ์ รายงาน หรือเว็บไซต์ทั่วไป
  17. อภิปรายผลไม่ทันยุคสมัย  ถึงแม้งานวิจัยเก่า แต่ควรอภิปรายผลให้ทันยุคทันสมัย โดยการอ้างอิงในผลและการอภิปรายผลด้วย บรรณาธิการวารสารจะพิจารณาการอภิปรายผลเป็นประเด็นสำคัญ  
  18. Suggeest referee ผิด กรณีวารสารให้โอกาสเสนอ Peer Review ให้เสนอให้เหมาะสม ไม่ควรมีความใกล้ชิดกัน หรือผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเพราะมักจะมีปัญหาเรื่องเวลาของผู้เชี่ยวชาญ ควรเสนอผู้ที่มีผลงานเกี่ยวข้องกับงานของเรา โดยการสืบค้นจากวารสารที่เกี่ยวข้อง
  19. หมกเม็ด ลักไก่ ไม่แก้  กรณีได้รับโอกาสแก้ไข ขอให้ใช้โอกาสในการแก้ไขอย่างเต็มที่ พยายามแก้ไขอย่างระเอียดรอบคอบ
  20. แข็งข้อกับบรรณาธิการ ควรให้เกียรติกองบรรณาธิการ ควรแสดงความพยายามในการปรับแก้ให้เต็มที่
  21. อ่านน้อยเกินไป การอ่านน้อยเกินไป ทำให้มองไม่เห็นลู่ทางในการเขียน ความรู้และประสบการณ์ การอ่าน จะนำมาใช้ในการเขียนที่มีคุณภาพ
  22. ก่อนส่ง คนเขียนเองไม่ได้อ่าน (ถ้าอ่านจะรู้สึกว่าไม่เข้าท่า)  เพื่อทบทวน หรือส่งให้กับผู้เขียนร่วม เพื่อช่วยอ่านก่อนส่ง เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์
  23. ขาดความสุขในการเขียน  อาจต้องพยายามส่งและมีความสำเร็จในการตีพิมพ์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการผลิตงานเพื่อตีพิมพ์ต่อ
  24. ผิดจริยธรรมการเผยแพร่ในบริบทปัจจุบัน ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในการตีพิมพ์


 

 

 

  

นอกจากนั้น วิทยากรยังเสริมเทคนิคการสืบค้น การใช้ฐานข้อมูล เพื่อสืบค้นบทความสำหรับการเขียน
บทความและวารสารระดับชาติหรือนานาชาติ  การเตรียมต้นฉบับเพื่อการตีพิมพ์ในวารสารวิจัย จึงนำความรู้และประสบการณ์มาถ่ายทอดไว้เพื่อประโยชน์แก่นักวิจัยต่อไป
  • เทคนิคการใช้ฐานข้อมูลเสริมการเขียนบทความ เช่น การค้นหาบทความวิจัยใน TCI
    tci general search ที่ลิงก์  http://www.kmutt.ac.th/jif/public_html/general_search.php
  • เทคนิคการสืบค้นบทความวิจัย วิชาการจากฐานข้อมูลวารสาร Thaijo  (https://www.tci-thaijo.org) แหล่งสืบค้นบทความวิจัย บทความวิชาการจากทุกวารสาร ที่สะดวกในสืบค้นและการนำบทความมาใช้ประโยชน์ 
การประชุมปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการใช้เวลา 24 ชั่วโมง เพื่อเขียน/ปรับปรุงต้นฉบับบทความวิจัย บทความวิชาการเพื่อส่งตีพิมพ์ (Submission) ในวารสารวิชาการเป้าหมายที่ผู้เขียนแต่ละคน ใน 24 ชั่วโมง มีผู้สามารถส่งบทความตีพิมพ์ในระบบออนไลน์ของวารสารทั้งในและต่างประเทศได้ในเวลา จำนวน 4 บทความ ที่เหลือมีความก้าวหน้าร้อยละ 70-90% และจะสามารถส่งบทความเพื่อให้วารสารพิจารณาตีพิมพ์ได้ภายใน 1 เดือน  นับเป็นกิจกรรมอบรมปฏิบัติการที่มีประโยชน์ และเห็นผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม และทำให้ผู้เข้าอบรมต้องลงมือทำเป็น แสดงบทบาทเป็น Active Leaarner ตลอดเวลา

วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

การประชุมเตรียมความพร้อมการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการจัดการความรู้ ปีการศึกษา 2561

          วันที่ 1 กุมภาพันธ์ุ 2562 เวลา 15.00 - 16.30 น. ที่ห้องประชุมสุ่ย เจีย ชั้น 4 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา สำนักงานงานประกันคุณภาพ จัดประชุมคณะกรรมการกำกับและติดตามการดำเนินงานประกันคุณภาพภายใน ตัวบ่งชีั สกอ. ที่ 5.1 เกณฑ์ข้อที่ 5 การกำกับติดตามส่งเสริมสนับสนุนให้ทุกหน่วยงานในสถาบันมีการดำเนินการจัดการความรู้ตามระบบ โดยมีอาจารย์ ดร.ศิริชัย  นามบุรี รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร เป็นประธานในการประชุม มีการติดตามและรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานการจัดการความรู้ (KM) ทั้ง 7 ส่วนราชการ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามกรอบระยะเวลา และการเตรียมความพร้อมในการดำเนินการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการจัดการความรู้ ปีการศึกษา 2561 (KM YRU Forum 2018)  มีกำหนดการจัดกิจกรรม ในวันที่ 18 มิถุนายน 2562  ณ คณะวิทยาการจัดการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การจัดการความรู้ของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาเป็นรูปธรรม มีกระบวนการจัดกิจกรรมร่วมกัน เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยอย่างแท้จริง โดยมีการกำหนดประเด็นที่ก่อให้เกิดนวัตกรรมการจัดการความรู้สู่ YRU 4.0 ดังนี้
          1. การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 คณะละไม่น้อยกว่า 1 เรื่อง
          2. การบริหารจัดการด้านการวิจัยและบริการวิชาการ (สถาบันวิจัยและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และคณะ) อย่างน้อยหน่วยงานละ 1 เรื่อง
          3. การบริหารจัดการองค์กรโดยใช้ไอซีที  อย่างน้อยหน่วยงานละ 1 เรื่อง
          ➤ รูปแบบการจัดกิจกรรม  
           - พิธีเปิดโดยท่านอธิการบดี
           - ร่วมชมนิทรรศการของ 7 ส่วนราชการ

           - การนำเสนอของผู้ส่งหัวข้อเข้าประกวด แยก 3 ประเด็น ๆ ละ 1 ห้องการนำเสนอ มีพิธีกร ผู้จับเวลา ผู้สรุปประเด็น คณะกรรมการตัดสินการประกวดประจำห้อง กำหนดเวลาในการนำเสนอ 10 นาที แลกเปลี่ยน 5 นาที รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 15 นาที 
           - พิธีมอบเกียรติบัตรผู้ได้รับรางวัลการนำเสนอแต่ละประเด็นและเกียรติบัตรผู้เข้าร่วมนำเสนอฯ

           ทั้งนี้การนำเสนอผลงานสามรถนำเสนอด้วยวาจา พร้อมสื่อนำเสนอหรือเอกสารประกอบ หรือนำเสนอด้วยการเล่าเรื่องด้วยสื่อวิดีทัศน์ กำหนดการส่งประเด็นภายในวันที่ 14 มิถุนายน 2562  สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันคุณภาพ ชั้น 6 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ โทร 17000

            Download แบบฟอร์มการเสนอหัวข้อเข้าประกวด
            ลิ้งข่าวกิจกรรม 







 


วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

การเรียนรู้แบบ Active Learning รายวิชา Web-based Instruction: WBI โดยใช้ Weblog เป็นเครื่องมือ

 การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่จะต้องออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติให้มากที่สุด สำหรับแนวทางการส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะการเขียน การนำเสนอ และปลูกฝังความรับผิดชอบในการเรียนรู้ด้วยตนเองสำหรับผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ในยุคปัจจุบันนั้น  เว็บบล็อก (Weblog)  เครื่องมือสำหรับสื่อสังคมออนไลน์ นับว่าเป็นเครื่องมือช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการฝึกฝนทักษะดังกล่าวได้เป็นอย่างดี และเป็นเครื่องมือที่ง่ายต่อการใช้งาน เช่น Google Blogger (https://blogger.com)  การให้ผู้เรียนมีเว็บบล็อก พัฒนา เผยแพร่ และนำเสนอผลงานของตนเอง จะเป็นการสร้างแฟ้มสะสมผลงานของนักศึกษาเองได้อีกด้วย





    จากกรณีศึกษาการจัดการเรียนรู้ในรายวิชา Web-based Instruction: WBI ของนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ชั้นปีที่ 4 ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 28 คน ซึ่งจากประสบการณ์การสอนในรายวิชาที่ผ่านมาของนักศึกษากลุ่มนี้ พบปัญหาว่า นักศึกษายังจำเป็นต้องเสริมทักษะการเขียนภาษาไทย การนำเสนอ จึงออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ จึงทดองให้นักศึกษาสร้างเว็บบล็อก นำเสนอรูปแบบและตกแต่งให้สวยงาม เหมาะสม กำหนดงานมอบหมายให้สรุปผลการเรียนรู้ทุกครั้งที่ผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ด้วยการเขียน พร้อมภาพประกอบ และสื่ออื่น ๆ โดยไม่จำกัดรูปแบบการนำเสนอ นำเสนอไว้ในเว็บบล็อกของตนเอง และส่งไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชุมชนการเรียนรู้ของรายวิชาใน Google+

 ชุมชนการเรียนรู้ในรายวิชา WBI


    หลังจากเสร็จสิ้นการจัดการเรียนรู้ในภาคเรียนที่ 1/2561  แล้ว พบว่าผลงานการพัฒนาเว็บบล็อกของนักศึกษาแต่ละคน มีผลการสรุปการเรียนรู้ รวม 12 ครั้ง จากการจัดการเรียนรู้ 16 ครั้ง (ส่วนที่ขาดไปเป็นวันหยุดราชการ) ซึ่งปรากฎผลงานของนักศึกษา ดังนี้ 
  1. นางสาวนูรีดา ยามูสะนอ    https://kalakrungnueng.blogspot.com 
  2. นางสาวฮาซานะห์ มะแซ   https://hasa55.blogspot.com
  3. นายนัสรี แปแนะ  https://crucom004.blogspot.com
  4. นางสาวซาอีด๊ะห์ ตาเยะ  https://405809005saedah.blogspot.com 
  5. นายฟารุก ซิ   https://farukfs.blogspot.com
  6. นางสาวมาณีษา บาสอลอ  http://manisa007.blogspot.com
  7. นางสาวนูรมา ดอมาดา  http://405809009sun.blogspot.com 
  8. นูรอิฮซาน มะแซ  http://405809009sun.blogspot.com
  9. นางสาวอามานี โต๊ะทา  https://anneean.blogspot.com
  10. นางสาวพาตีเมาะ สา  https://wbi405809011.blogspot.com 
  11. นางสาวณัฐติกา เกษตรกาลาม์  https://nuttika12.blogspot.com
  12. นางสาวอัสมานี เฮ็งตา  https://hengta405809014.blogspot.com 
  13. สุไรนีย์ มะเร้ะ  https://portfoliosurainee.blogspot.com
  14. นางสาวฟาอียะห์ โซ๊ะซู   https://fa-e-yah.blogspot.com
  15. นางสาวกูฮูดาห์ รายอลือแมะ  https://kuhuda17.blogspot.com
  16. นางสาวยามีละห์ ยูโซะ  https://yameelah9018.blogspot.com
  17. นางสาวนูรมี มานิ๊   https://ammy58.blogspot.com/
  18. นายมูฮำหมัดฟาอี เจ๊ะโซ๊ะ  http://portfolio405809020.blogspot.com
  19. นางสาวยัสมูน สาและ https://portfolioyasmun.blogspot.co
  20. นายธีรภัทร ปิยะ  https://kru405809022.blogspot.com
  21. มัสลัน โตะ   https://krucomputer023.blogspot.com
  22. นางสาวพุดดือลา เวาะโซะ   https://puddela24.blogspot.com
  23. นางสาวมูนีเราะ สาและ  https://405809025.blogspot.com 
  24. นางสาวนูรูลฟารีซา บินยาโก๊ะ  http://nurulfarisa-b.blogspot.com
  25. นางสาวอัสมีนีย์ หะยียา  https://asmini027.blogspot.com
  26. นายกัรมียะห์ ดาฮา  https://karmeeyah.blogspot.com
  27. นายอารีฟีน มะแอ  https://405809029.blogspot.com
  28. นางสาวซูนิตา เตะโระ  https://ta221900.blogspot.com   




วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561

เทคนิคการวิเคราะห์ แก้ไขปัญหา และการตัดสินใจในสถานการณ์ที่ซับซ้อน

     เทคนิคการวิเคราะห์ แก้ไขปัญหา และการตัดสินใจในสถานการณ์ที่ซับซ้อน เป็นความรู้ที่ได้มาจากการเข้าร่วม โครงการฝึกอบรมหลักสูตร “การบริหารงานอุดมศึกษา ระดับกลาง” ระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม – 13 กันยายน 2561 ณ โรงแรมบีพีแกรนด์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จัดโดยสำนักสิริพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โดยมีวิทยากร คือ คุณพัฒนชัย กุลสิริสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท ชัยบูรณ์บราเดอร์ส
      เนื้อหาประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่ 1) การวิเคราะห์และแก้ไขปัญหา 2) การตัดสินใจในสถานการณ์ที่ซับซ้อน ปัญหาคือความต่างระหว่างความจริงกับสิ่งที่คาดหวัง พื้นฐานในการวิเคราะห์ปัญหาเริ่มต้นด้วย อริยสัจสี่(กลไกแห่งการดับทุกข์) ซึ่งประกอบด้วย ทุกข์(ปัญหา) สมุทัย(สาเหตุ) นิโรธ และมรรค การหาสาเหตุสามารถใช้เทคนิค Why Why Analysis หรือ Cause & Effect Diagram ในการวิเคราะห์ได้ ต้องหาให้พบถึงสาเหตุสุดท้ายที่เกิดจากการปฏิบัติงาน สาเหตุมักมีหลายประเด็นซึ่งต้องคัดกรองเฉพาะสาเหตุที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดในการแก้ไข จากนั้นจึงนำสาเหตุที่เหลือมาจัดลำดับความสำคัญด้วยวิธี Pareto หรือ จัดอับดับแบบ 0/1 (เป็นการเปรียบเทียบสาเหตุเป็นคู่ๆ ว่าสาเหตุใดสำคัญว่ากัน)
     เมื่อได้สาเหตุที่จะนำมาแก้ไขแล้ว การดำเนินการขั้นตอนถัดไปเป็นการใช้แนวคิด PDCA เริ่มด้วยการวางแผน (Plan) เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขสาเหตุตามลำดับความสำคัญด้วยหลัก 5W2H และพิจารณามาตรการดังกล่าวด้วยพิจารณา Confirm(ยืนยันว่าทำได้), Conflict(ทำแล้วจะเกิดความขัดแย้งหรือไม่), Continuous(สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่) และ Concrete(จับต้องและมีความเป็นไปได้) ขั้นตอนถัดไปคือการดำเนินการตามมาตรการที่ได้วางไว้ (Do) แล้วจึงทำการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล (Check) โดยเปรียบเทียบ Before/After หรือใช้แผนผังการควบคุม (Control chart) ขั้นตอนสุดท้ายคือการ Action จากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น หากสามารถแก้ไขปัญหาได้ให้กำหนดเป็นมาตรฐานด้วยการจัดทำเป็นคู่มือการปฏิบัติงานที่เรียกว่า QP(Quality Procedure) หรือ WI(Work Instruction)
     การแก้ไขปัญหาแบ่งได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่ Reactive(เกิดแล้วแก้), Inactive(ทำไปแก้ไป), Pre-active(ป้องกันก่อนเกิด) and Proactive(จินตนาการว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้างแล้วหาทางป้องกัน) ในส่วนของการแก้ไขปัญหา 2 ประเภทหลัง คือ Pre-active และ Proactive นั้น เป็นการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งต้องใช้การตัดสินใจ (Decision) มีความหมายว่า การเลือกทางที่ดีที่สุดจากทางเลือกที่มีอยู่เพื่อให้เกิดผลในการปฏิบัติสูงสุด การตัดสินใจแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1) การตัดสินใจการวางแผน(ล่วงหน้า) ซึ่งมักมีข้อมูลและเวลาที่เพียงพอในการตัดสินใจ และ 2) การตัดสินใจที่เป็นไปตามสถานการณ์(เร่งด่วน) ข้อมูลและเวลาที่มีมักจะน้อย ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญกับความถูกต้องของข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
     ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาหรือการตัดสินใจล้วนมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ การรักษาและยกระดับคุณภาพ เพื่อความพึงพอใจของลูกค้าทั้งภายในและภายนอกองค์กรเป็นสำคัญ สิ่งที่ทุกคนในองค์กรควรทำความเข้าใจตรงกันคือ ทุกการแก้ไขและการตัดสินใจนั้นมักจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงไม่มากก็น้อย การสื่อสารด้วยวิธีการที่เหมาะสมและเพียงพอของผู้บริหาร จะช่วยปรับความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงนั้นได้ จนทำให้คนในองค์กรเกิดการยอมรับและให้ความร่วมมือต่อการดำเนินการต่างๆ เพื่อพัฒนาองค์กรให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

วันเสาร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2561

การบริหารจัดการแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์และการมีส่วนร่วม (Results-Based Management : RBM)


      ตลอดเวลาการอบรมหลักสูตรตาม โครงการฝึกอบรมหลักสูตร “การบริหารงานอุดมศึกษา ระดับกลาง” ระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม – 13 กันยายน 2561 ณ โรงแรมบีพีแกรนด์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รวมจำนวน 93 ชั่วโมง เป็นหลักสูตร "การบริหารงานอุดมศึกษาระดับกลาง" ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ซึ่งบริหารจัดการหลักสูตรและอำนวยการฝึกอบรมโดยสำนักสิริพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โอกาสนี้ต้องขอขอบคุณทางมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญกับบุคลากรสายสนับสนุนในการอบรมเพื่อรับองค์ความรู้ทางด้านการบริหารจัดการ การอบรมครั้งนี้ จะเป็นการอบรมที่ถ่ายทอดองค์ความรู้จากวิทยากรที่ทรงคุณวุฒิ ประมาณ 22 ท่าน ซึ่งจะมีกระบวนรายวิชาทั้งสิ้น 24 วิชา 1 ศึกษาดูงาน และ 1 รายงานกลุ่ม รวมถึงการสกัดประเด็นความรู้ตามที่ได้รับมอบหมาย
       องค์ความรู้ที่ได้รับจากการอบรมถือเป็นองค์ความรู้ที่น่าสนใจและมีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนองค์กรให้เกิดความยั่งยืน และบรรลุเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาได้ต่อไปในอนาคต ทุกกระบวนรายวิชาเป็นองค์ความรู้ที่สำคัญต่อการปรับประยุกต์ใช้กับการบริหารจัดการองค์กรสู่อาชีพได้อย่างยั่งยื่น วิทยากรได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ รวมถึงถ่ายทอดประสบการณ์และนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับบุคลากรที่เข้าร่วมอบรมได้เป็นอย่างดี
       การบริหารจัดการแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์และมีส่วนร่วม (Results-Based Management : RBM) เป็นกระบวนรายวิชาที่มี อาจารย์ญาดา ดาวพลังพรหม อดีตนักทรัพยากรบุคคลเชี่ยวชาญ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ วิชานี้เป็นหนึ่งกระบวนรายวิชาที่น่าสนใจที่จะสามารถนำปรับประยุกต์ใช้กับการบริหารงานจัดการองค์กรได้อย่างมีประสิทธิผล ซึ่งการบริหารจัดการแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์และมีส่วนร่วม คือ วิธีการบริหารที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์หรือผลการปฏิบัติงานเป็นหลัก โดยมีการวัดผลการปฏิบัติงานด้วยตัวชี้วัดอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ทำให้ผู้บริหารทราบผลความก้าวหน้าของการดำเนินงานเป็นระยะๆ และสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงทีเป็นการควบคุมทิศทาง การดำเนินงานให้มุ่งสู่วิสัยทัศน์ของหน่วยงาน การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ให้บรรลุจะต้องอาศัยเครื่องมือทฤษฏี ซึ่งเครื่องมือทฤษฏีดังกล่าว คือ Balanced Scorecard (BSC) เป็นเครื่องมือทางด้านการบริหารจัดการที่ช่วยในการประเมินผลองค์กรและช่วยให้องค์กรนำเอากลยุทธ์ไปปฏิบัติจริง (Strategic Implementation) โดยเริ่มต้นที่วิสัยทัศน์ ภารกิจ และกลยุทธ์ขององค์กร ซึ่งเป็นขั้นของการกำหนดปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จ และจากนั้นก็เป็นการสร้างดัชนีวัดผลสำเร็จ (Key Performance Indicators: KPI) ขึ้นเพื่อเป็นตัวบ่งชี้ถึงเป้าหมายและใช้วัดผลการดำเนินงานในส่วนที่สำคัญต่อกลยุทธ์
     ดังนั้น จากการอบรมและได้องค์ความรู้จากท่านวิทยากรจะสามารถนำหลักการบริหารจัดการแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์และมีส่วนร่วม (Results-Based Management : RBM) โดยใช้เครื่องมือ Balanced Scorecard (BSC) นำมาปรับใช้ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ขององค์กรให้บรรลุเป้าประสงค์ได้อย่างยั่งยืน ส่วนจะปรับใช้อย่างไรนั้น ตรงนี้จะต้องใช้เวลาในการฝึกทบทวน และศึกษากระบวนการวิธีการนำกลยุทธิ์มาใช้ในการบริหารให้เกิดความชำนาญที่จะสามารถนำไปถ่ายทอดองค์ความรู้ให้บุคลากรต่อไป