เพื่อร่วมกันสร้างคลังปัญญา (WISDOM Bank) แห่งชายแดนใต้ ให้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนและแหล่งเรียนรู้ร่วมกันชาว ชมพู-เทา ใต้ร่มเงา "จันทน์กะพ้อ" อย่างยั่งยืนในด้าน 1) การจัดการเรียนรู้/การเรียนการสอน 2) การวิจัย 3) การบริการวิชาการ 4) การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม 5) การบริหาร และ 6) การปฏิบัติงาน ที่มุ่งยกระดับคุณภาพองค์กรและการให้บริการอย่างมืออาชีพ
วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2559
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ICT-based Learning: ICT-BL @ ดร.ศิริชัย นามบุรี: เว็บบล็อก: เครื่องมือง่ายๆ ส่งเสริมการเรียนรู้ การ...
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ICT-based Learning:ICT-BL @ ดร.ศิริชัย นามบุรี: เว็บบล็อก: เครื่องมือง่ายๆ ส่งเสริมการเรียนรู้ การ...: เว็บบล็อก หรือ บล็อก (Weblog / Web Blog หรือ Blog) นับเป็นเว็บไซต์ประเภทหนึ่ง ที่นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ หรือผู้ใช้เครือข่ายส...
วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2559
สาระจากการประชุมสัมมนา "การนำระบบการประกันคุณภาพภายในระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2557 ไปใช้"
วันที่ 8 มกราคม 2558 ผู้บริหารมหาวิทยาลัย คณะ และบุคลากรของ มรย. ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ระบบประกันคุณภาพของ สกอ.ปีการศึกษา 2557 ที่ผ่านมา รวม 25 คน ร่วมกิจกรรมประชุมสัมมนา เรื่อง
การนำระบบการประกันคุณภาพในระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2557 ไปใช้ ปัญหา อุปสรรค และแนวทางการแก้ไข ครั้งที่ 2 ณ โรงแรมลีการ์เด้นท์ พลาซ่อ หาดใหญ่ โดยมีวิทยากร ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ศ.นพ. วุฒิชัย ธนาพงศธร รศ.ดร.สมบูรณ์วัลย์
สัตยารักษ์วิทย์ และผศ.จินดา งามสุทธิ พร้อมทั้ง คุณนุชนภา รื่นอบเชย ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและคุณภาพอุดมศึกษา ร่วมรับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะ และตอบประเด็นปัญหาต่างๆ จากมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนในกระบวนการประเมินคุณภาพภายใน ข้อสงสัย ข้อสังเกตจากองค์ประกอบและเกณฑ์การประเมิน ทั้งในระดับหลักสูตร คณะ และสถาบัน ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจ จากการประชุมสัมมนาสรุปได้ดังนี้
การนำระบบการประกันคุณภาพในระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2557 ไปใช้ ปัญหา อุปสรรค และแนวทางการแก้ไข ครั้งที่ 2 ณ โรงแรมลีการ์เด้นท์ พลาซ่อ หาดใหญ่ โดยมีวิทยากร ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ศ.นพ. วุฒิชัย ธนาพงศธร รศ.ดร.สมบูรณ์วัลย์
สัตยารักษ์วิทย์ และผศ.จินดา งามสุทธิ พร้อมทั้ง คุณนุชนภา รื่นอบเชย ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและคุณภาพอุดมศึกษา ร่วมรับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะ และตอบประเด็นปัญหาต่างๆ จากมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนในกระบวนการประเมินคุณภาพภายใน ข้อสงสัย ข้อสังเกตจากองค์ประกอบและเกณฑ์การประเมิน ทั้งในระดับหลักสูตร คณะ และสถาบัน ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจ จากการประชุมสัมมนาสรุปได้ดังนี้
- ในระบบ CHE Online ตรวจสอบรายชื่ออาจารย์ประจำหลักสูตรอัตโนมัติ ฉะนั้น รายชื่ออาจารย์ประจำหลักสูตร ต้องอยู่ในฐานข้อมูลบุคลากรของมหาวิทยาลัยฯ และส่งข้อมูลให้กับ สกอ. นำเข้าระบบ CHE Online และหากฐานข้อมูลถูกต้อง สมบูรณ์ สกอ.อาจเปิดระบบ CHE Online ให้ใช้ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 นี้
- กรณีเปิดร่วมกันระหว่าง ค.บ. และ วท.บ. จะมีอาจารย์ประจำหลักสูตรซ้ำไม่ได้ ยกเว้นอาจารย์ประจำหลักสูตร ป.โท และ ป.เอก ในสาขาวิชาเดียวกัน
- สาขาวิชาที่สัมพันธ์กัน จะต้องอ้างอิงสาขาหลักและสาขารอง ตามรายชื่อหลักสูตรในฐานข้อมูลใน ISECD 2013
- ในสาขาวิชาที่มีสภาวิชาชีพประเมินเพื่อรองรับ สาขาวิชาสามารถทำเรื่องมาที่ สกอ.เพื่อประสานและเสนอสภาวิชาชีพรับรององค์ประกอบที่ 1 การกำกับมาตรฐานหลักสูตร
- อธิการบดีเป็นอาจารย์ประจำหรืออาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรไม่ได้ แต่สามารถสอนและเป็นที่ปรึกษา สอบวิทยานิพนธ์ได้ ทั้งนี้ ต้องดูศักยภาพ
- ผลงานตีพิมพ์ของนักศึกษาปริญญาโทหรือปริญญาเอกร่วมกับอาจารย์ที่ปรึกษาที่มีค่า Impact Factor ต้องไม่ต่ำกว่า 0.20 สามารถนับผลงานทั้งนักศึกษาและอาจารย์ แต่ควรพิจารณาความเหมาะสมทางจริยธรรมในการนำชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาไปใส่ไว้ในผลงาน หากไม่ได้มีส่วนร่วม
ข้อสังเกต
- ผู้บริหาร ประธานหลักสูตรและกรรมการหลักสูตร จะต้องเข้าใจระบบประกันคุณภาพและเกณฑ์การประเมินอย่างถ่องแท้ และใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพ
- ในรอบปีการศึกษา พ.ศ. 2557 เป็นการทดลองระบบของ สกอ. โดยเฉพาะหลักสูตรที่มี มคอ.1 การตรวจอย่างเป็นทางการของ สกอ. เพื่อขอรับการขึ้นทะเบียนขึ้นอยู่กับความพร้อมของหลักสูตร เพื่อขึ้นทะเบียนในระบบ TQR ของ สกอ.ต่อไป
- การประเมินของคณะกรรมการ ควรเน้น "การใช้วิจารณาญาณ" การเห็นร่วมกัน เรียกว่าการประเมินแบบ "พิชญพิจารณ์ (Peer Review)" [อ่านเอกสารเพิ่มเติมสำหรับแนวคิดการประเมินแบบพิชญพิจารณ์ของ ศ.ดร.สุวิมล ว่องวาณิช]
ส่วนคำถาม/ข้อสงสัยอื่นๆ ผู้สนใจสามารถสอบถาม สำนักมาตรฐานและคุณภาพอุดมศึกษา สกอ. และศึกษาจากกระดานถามตอบ ทั้งของ สกอ. และ สนง.ประกันคุณภาพ มรย. ต่อไป
คำถาม-คำตอบเพิ่มเติมของ สกอ. เกี่ยวกับระบบประกันคุณภาพภายใน
- คำถามคำตอบพบบ่อย
- กระดานถาม-ตอบ
- สำนักมาตรฐานและคุณภาพอุดมศึกษา
- สำนักงานประกันคุณภาพ มรย. http://president.yru.ac.th/qa
ยุทธศาสตร์ยกระดับคุณภาพและการร่างแผนยุทธศาสตร์ 15 ปี ของ มรย. สู่ความเป็นเลิศ
มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (มรย.) เราชาว จันทน์กะพ้อ รวมพลัง นำทีมโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ โยธาทิพย์ อธิการบดี และคณะผู้บริหารและบุคลากรจากกองนโยบายและแผน ทั้งผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัย ผู้บริหารระดับคณะและส่วนราชการในสังกัด รวมทั้งสมาชิก YRU Core Team (ทีมร่วมคิด รวมทำ นำพัฒนา) จำนวน 81 คน ร่วมประชุมปฏิบัติการ เรื่อง การพัฒนาโครงการสนับสนุนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย ปี 2559 และจัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย ระยะ 15 ปี ระหว่างวันที่ 19-22 ธันวาคม 2558 เป็นระยะเวลา 4 วัน ณ โรงแรมบีพี สมิหลาบีช อ.เมือง จ.สงขลา โดยได้เกียรติจากวิทยากรที่มากด้วยความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย รวมทั้งการให้มุมมอง แง่คิด สำหรับการปรับทิศทาง (Reprofiling) การพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ที่สามารถพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันได้ในอนาคต วิทยากรได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.ช่วงโชติ พันธุเวช อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และประธานกรรมการพัฒนาแผนยุทธศาสตร์เพื่อการยกมาตรฐานมหาวิทยาลัยราชภัฏสู่คุณภาพเป็นเลิศ ในระยะ 10 ปี (พ.ศ.2558-2567) และ คุณสุพจน์ อาวาส อดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ที่มีประสบการณ์ในด้านการบริหารสถาบันและธุรกิจการเงิน ธุรกิจชุมชน รวมทั้ง การดูแลกองทุนพัฒนาชุมชนต่างๆ และยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ขององค์กร
กิจกรรมการประชุมปฏิบัติการในวันที่ 19-20 ธันวาคม 2558 เน้นการทบทวนความสำเร็จของผลการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา พ.ศ. 2555-2559 ที่ผ่านมา ซึ่งกำลังจะสิ้นสุดระยะการดำเนินงานตามแผนในปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 นี้ พร้อมกับการทบทวนผลการดำเนินงานจากการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับหลักสูตร คณะ และสถาบัน ประจำปีการศึกษา พ.ศ. 2557 ที่ผ่านมา โดยรายงานให้ที่ประชุมเห็นผลการดำเนินงานที่ผ่านมา เป็นข้อมูลและสารสนเทศประกอบการพิจารณาเพื่อพัฒนาโครงการเร่งด่วนที่สำคัญ และสามารถดำเนินการและเห็นผลเชิงประจักษ์ได้ภายใน 1 ปีงบประมาณ โดยใช้งบยุทธศาสตร์ประจำปี พ.ศ. 2559 โดยที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันที่จะต้องร่วมแก้ปัญหาเร่งด่วนในเรื่องของคุณภาพการศึกษา การพัฒนาคุณภาพการให้บริการขององค์กรให้มีมาตรฐาน กิจกรรมการประชุมปฏิบัติการแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มตามความสำคัญของปัญหา ได้แก่ 1) การพัฒนาระบบสหกิจศึกษาที่มีประสิทธิภาพ 2) การพัฒนาระบบส่งเสริมการทำผลงานวิชาการและงานวิจัย 3) การพัฒนาระบบการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ 4) การพัฒนามาตรฐานคุณภาพการให้บริการ และ 5) การพัฒนาระบบการจัดการขยะครบวงจร ซึ่งแต่ละกลุ่มได้นำเสนอร่างโครงการและกิจกรรม พร้อมงบประมาณ และพร้อมจะเร่งดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 นี้ ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2559 โดยกระบวนการดำเนินงานและการติดตามผลการดำเนินงาน มหาวิทยาลัยฯ จะให้ YRU Core Team มีส่วนร่วมในการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมพัฒนา จัดให้มีคณะกรรมการดำเนินงานและติดตามผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบจาก YRU Core Team และรายงานผลให้มหาวิทยาลัยฯ ทราบความก้าวหน้าตามลำดับต่อไป
สำหรับ กิจกรรมในวันที่ 21-22 ธันวาคม 2558 เน้นการทบทวนสถานะของ มรย. จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส อุปสรรค ของมหาวิทยาลัย โดยกองนโยบายและแผน ร่วมกับสำนักงานประกันคุณภาพ นำเสนอข้อมูลสถานะปัจจุบันของมหาวิทยาลัยฯ ในด้านการจัดการเรียนการสอน หลักสูตร นักศึกษา การบริหารจัดการ บุคลากร งบประมาณ ผลงานวิจัยและผลงานวิชาการของอาจารย์ ทิศทางของมหาวิทยาลัยในอนาคต นอกจากนั้น รองศาสตราจารย์ ดร.ช่วงโชติ พันธุเวช และคุณสุพจน์ อาวาส ยังร่วมเป็นวิทยากรให้แนวคิดการพัฒนามหาวิทยาลัยในระยะ 10-15 ปีในอนาคต ที่ต้องเน้นการพิจารณาและติดตามการปรับเปลี่ยนจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก เน้นความต้องการใช้บัณฑิตจากผู้ใช้บัณฑิตจริงๆ โดยเฉพาะการเปิดประเทศเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ. 2559 ซึ่งสภาพสังคม เศรษฐกิจของไทยและประเทศในอาเซียน รวมถึงสถานการณ์ของโลกด้วย ซึ่งจะมีผลกระทบที่สำคัญมากๆ ต่อการกำหนดทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยฯ และการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรใหม่อย่างแน่นอน คือ ต้องเน้นการมองจากภายนอกเข้าสู่ภายใน (Outside-In) คือ มองปัจจัยและบริบทภายนอกที่มีผลกระทบต่อหลักสูตรและองค์กรเป็นหลัก โดยใช้ความได้เปรียบ ความเข้มแข็งและอัตลักษณ์ของ มรย.เป็นฐานคิด นอกจากนั้น รองศาสตราจารย์ ดร.ช่วงโชติ พันธุเวช ได้นำเสนอกระบวนการพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ การพัฒนามหาวิทยาลัย จะต้องเน้นปรัชญา "มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น" และพันธกิจหลักของมหาวิทยาลัย ได้แก่ การสอนหรือการผลิตบัณฑิต การวิจัย การบริการวิชาการ และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และเสนอแนวทางการพัฒนาหลักสูตรให้มีจุดเด่นสู่ความเป็นเลิศของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาโดยพิจารณาจากจุดแข็งของมหาวิทยาลัยฯ อาจกำหนดทิศทางพัฒนาหลักสูตรสู่ความเป็นเลิศให้อยู่ในกลุ่ม (Cluster) หลักๆ นำร่องก่อน ซึ่งในกิจกรรมกลุ่มของผู้เข้าอบรมในวันสุดท้ายได้แบ่งตามคณะ เลือกหลักสูตรเด่นอยู่ใน 4 กลุ่ม ได้แก่ 1) คณะครุศาสตร์เน้นกลุ่มเชี่ยวชาญผลิตครู เน้นสาขาวิทยาศาสตร์ สาขาคณิตศาสตร์ และสาขาภาษามลายูกลาง สร้างจุดเด่นคือ "เก่งวิธีสอน" 2) คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร เน้นสาขาวิทยาศาสตร์อาหารฮาลาล สาขาการบริบาลผู้สูงอายุ สาขาพลังงานทดแทน 3) คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เช่น ภาษามลายูกลาง ภาษาอาหรับ ภาษาอังกฤษ ศิลปะและวัฒนธรรมชายแดนใต้ และ 4) คณะวิทยาการจัดการ เน้นสาขาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สาขาการจัดการโลจิสติกส์ เป็นต้น โดยมหาวิทยาลัยฯ ควรจะใช้ความเก่ง จุดแข็ง และความเป็นอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยฯ และเน้นตอบโจทย์แก้ปัญหาในพื้นที่บริการของมหาวิทยาลัยฯ ส่วน คุณสุพจน์ อาวาส ได้ให้ข้อเสนอแนะที่ควรเน้นการพัฒนาหลักสูตรและการผลิตบัณฑิตให้มีคุณลักษณะสู้งาน เก่งคิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์ เรียนรู้ตลอดเวลา และบัณฑิตควรมีฐานคิดเชิงธุรกิจ การเป็นผู้ประกอบการในทุกหลักสูตร ส่งเสริมให้นักศึกษาทำงานเป็นตั้งแต่ยังไม่สำเร็จการศึกษา โดยสร้างผลิตภัณฑ์ของ มรย.ร่วมกับชุมชน
ผลจากการจัดโครงการและกิจกรรมการประชุมปฏิบัติการครั้งนี้ คณะผู้บริหารและผู้เข้าประชุมต่างได้รับความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองที่แตกต่างไปจากเดิมจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์จากภายนอก ทำให้มหาวิทยาลัยฯ ต้องเร่งทบทวนและกำหนดทิศทาง รวมทั้งเป้าหมายของมหาวิทยาลัยฯ ในระยะ 10-15 ปี ข้างหน้าให้ชัดเจน เพื่อให้ทุกคนในองค์กรมองเห็นเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ การพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาไปสู่การเป็น "คลังปัญญาแห่งชายแดนใต้" อย่างแท้จริง ซึ่งอาจมีตัวชี้วัดที่สำคัญ ได้แก่ การที่มหาวิทยาลัยมีหลักสูตรที่สามารถตอบโจทย์ท้องถิ่นได้และสามารถพัฒนาไปสู่สากลโดยอาศัยอัตลักษณ์ของ มรย.เอง การผลิตบัณฑิตที่สามารถทำงานได้ ทำงานเป็น เก่งชุมชนเป็นที่ยอมรับของสังคม มหาวิทยาลัยฯ มีองค์ความรู้และมีนวัตกรรมจากงานวิจัยเพื่อนำไปบริการชุมชน แก้ไขปัญหาในพื้นที่จนสามารถยกระดับการศึกษาและคุณภาพชีวิตชุมชนได้ รวมทั้ง การพัฒนาองค์กรให้เป็นต้นแบบคุณภาพการให้บริการ การสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมและสังคมสันติสุขในพื้นที่ ซึ่งแนวคิดที่เป็นประโยชน์เหล่านี้ จะได้นำไปเป็นกรอบแนวคิดในการพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ระยะ 15 ปี ในกิจกรรมพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ฯ ในครั้งต่อไป| . |
|
|
| ![]() |
วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2558
YRU Core Team: การสร้างทีม "ร่วมคิด รวมทำ นำพัฒนา" สร้างองค์กรอนาคต 15 ปี
มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา สร้าง "ํYRU Core Team" ให้เป็นทีมต้นแบบในการรวมพลัง "ร่วมคิด รวมทำ นำพัฒนา" หรือ ทีม "Hearts Heads and Hands : 3'Hs YRU" โดยจัดกิจกรรมเปิดตัวทีม "Lunch Talk" เมื่อ 3 ธ.ค.58 ณ ห้องประชุมหงส์แก้วฟ้า คณะวิทยาการจัดการ การเปิดตัวของทีมครั้งนี้ มีท่านอธิการบดี ผศ.ดร.สมบัติ โยธาทิพย์ เป็นหัวหน้าทีม กล่าวต้อนรับและให้โอวาทและทิศทางการพัฒนา มรย. ในระยะ 15 ปีข้างหน้า รวมทั้งการแก้ไขปัญหาคุณภาพการศึกษา คุณภาพองค์กรในระยะสั้น
การสร้างทีม YRU Core Team นี้เป็นการผสมผสานทีมระหว่างผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร จากทุกหน่วย ระหว่างผู้ใหญ่ในองค์กรที่มากด้วยประสบการณ์ แบบอย่างที่ดี ให้คำปรึกษา (อายุ 50 ปีขึ้นไป 22%) กลุ่มกลาง กำลังหลักสร้างองค์กร (อายุ 40 ปีขึ้นไป 55%) กลุ่มเรียนรู้และสร้างประสบการณ์ อายุต่ำกว่า 40 ปี 27%) รวม 59 คน ผู้บริหาร 19 คน รวมทั้งหมด 78 คน เป้าหมายสร้างพลัง คือ ร่วมกันคิด รวมทำ นำพัฒนา กำหนดทิศทางการพัฒนา มรย.ของเราใน 15 ปีข้างหน้า พร้อมกับขยายแนวคิดของทีมไปยังทุคนในองค์กร รวมทั้งสร้างทีมใหม่ๆ ที่มีแนวคิดพัฒนาในทิศทางเดียวกัน มุ่งสร้าง มรย.ให้เป็นคลังปัญญาแห่งชายแดนใต้อย่าวแท้จริงใน ระยะ 5-15 ปี ประกอบด้วย
วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2557
ประสบการณ์การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเครือข่ายประกันคุณภาพ: มหาวิทยาเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
เมื่อ 24 มิถุนายน 2557 ที่ผ่านมา ทีมงานสำนักงานประกันคุณภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา นำโดย ดร.ศิริชัย นามบุรี ซึ่งกำกับดูแลงานประกันคุณภาพของ มรย. และรักษาการผู้อำนวยการ อาจารย์สุวิมล อิสระธนาชัยกุล ผศ.สุวรรณา ศรีไตรรัตน์ คุณชลธิดา เจะมะ เจ้าหน้าที่บริหารทั่วไป และคุณฮามีดะห์ ดือราแม นักวิชาการศึกษา บุคลากรประจำสำนักงานประกันคุณภาพ ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ด้านการบริหารงานประกันคุณภาพขององค์กร กับ ศูนย์ประกันคุณภาพการศึกษา (http://www.qa.kmutnb.ac.th) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ. http://www.kmutnb.ac.th) ซึ่งประเด็นแลกเปลี่ยนเรียนรู้มีสาระสำคัญๆ หลายประการ จึงนำมาเผยแพร่ไว้เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนางานประกันคุณภาพภายในของ มรย. และหน่วยงานภายใน ดังนี้
- ผลการประเมินอยู่ในระดับดีมาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มีผลประเมินคุณภาพภายในรอบปีการศึกษา 2555 อยู่ในระดับดีมาก (คะแนน 4.57) ความสำเร็จอยู่ที่การขับเคลื่อนของผู้บริหารระดับมหาวิทยาลัย คณะ/ศูนย์/สำนัก จึงส่งผลเป็นคุณภาพโดยรวมของมหาวิทยาลัย โดยผู้บริหารระดับคณะจะต้องทำคำรับรองการบริหารงานกับอธิการบดี และกำกับตัวชี้วัดโดยผู้บริหารระดับรองอธิการบดี เน้นว่าการดำเนินงานประกันคุณภาพเป็นหน้าที่ของทุกคนในองค์กร ทุกคนจะต้องมีแนวปฏิบัติแต่ละรายบุคคลที่มีคุณภาพ ร่วมกันสร้างวัฒนธรรมคุณภาพในการทำงาน การปฏิบัติงานในแต่ละวันและตลอดทั้งปีอย่างมีคุณภาพ ทำความเข้าใจกับระบบประกันคุณภาพ ตัวชี้วัดและเกณฑ์ให้เกิดเป็นองค์ความรู้ ก็จะเป็นกรอบให้การปฏิบัติงานในหน้าที่อย่างมีเป้าหมายและมีคุณภาพตามมา และจะเกิดความภาคภูมิใจร่วมกันในองค์กร
- ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบประกันคุณภาพ ของผู้บริหารทุกระดับจะต้องยอมรับและมีเจตคติที่ดี มีความรู้และมีทักษะในการทำงานที่สอดคล้องกับระบบประกันคุณภาพของมหาวิทยาลัย ทั้ง สกอ. (http://www.mua.go.th/users/bhes/catalog3.htm) สมศ. (http://www.onesqa.or.th/onesqa/th/home/index.php) หรือ กพร. (เป็นกฎหมายที่หน่วยงานต้องปฏิบัติ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารองค์กร และผู้บริหารจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบและได้รับมอบหมายให้กำกับตัวชี้วัดตามแผนปฏิบัติราชการประจำปี รวมทั้งตัวบ่งชี้ประกันคุณภาพตามกรอบภาระหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้วย
- การสร้างเครือข่ายประกันคุณภาพภายใน การสร้างเครือข่ายบุคลากรหน่วยงานภายใน สร้างความเข้มแข็งให้เกิดความรู้ ทักษะในระบบประกันคุณภาพภายใน เป็นปัจจัยให้งานประกันคุณภาพภายในคณะ/ศูนย์/สำนัก เข้มแข็ง ต้องมีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ มีโครงการให้ความรู้ และเข้าร่วมประชุมทุกครั้ง เพื่อนำไปถ่ายทอดและดำเนินงานต่อในคณะ/ศูนย์/สำนัก มีกิจกรรมสัมมนาของเครือข่ายประกันคุณภาพภายในทุกปี มีการประกวดแนวปฏิบัติที่ดี นอกจากนั้น ยังมีกิจกรรมพัฒนาบุคลากรสายสนับสนุนให้มีความรู้ความสามารถ มีทักษะด้านการตรวจประเมินคุณภาพ และสนับสนุนให้มีชื่อขึ้นบัญชีเป็นผู้ประเมินภายในของมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภายนอก
- การกำกับติดตาม มหาวิทยาลัยฯ มีการกำกับและติดตามผลการดำเนินงานตามตัวบ่งชี้ประกันคุณภาพรอบ 6 เดือนและ 9 เดือน นอกจากนั้น ยังมีกิจกรรม Pre-Audit ตามคำร้องขอแต่ละหน่วยงาน เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบและให้คำแนะนำก่อนตรวจประเมินจริง
- ปัจจัยความสำเร็จ ที่สำคัญคือ นโยบายผู้บริหาร ความสำเร็จของระบบประกันคุณภาพ ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ นโยบายของผู้บริหารระดับสูงสุด ที่ให้ความสำคัญเอาจริงเอาจังในการกำกับ ติดตามและตรวจสอบ เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาเมื่อพบข้อบกพร่องในการดำเนินงานได้ทันเวลา
แนวปฏิบัติที่ดีข้างต้น มหาวิทยาลัยและแต่ละหน่วยงานภายใน รวมทั้งระดับหลักสูตร จะได้นำมาปรับประยุกต์ใช้กับระบบประกันคุณภาพภายในของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาต่อไป
วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2557
การเรียนรู้จากการศึกษาดูงาน: เครือข่ายประกันคุณภาพมหาวิทยาลัยทักษิณ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2557 ที่ผ่านมา สำนักงานประกันคุณภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา นำคณะผู้บริหารระดับมหาวิทยาลัย คณะ หลักสูตรและคณาจารย์ผู้สอน บุคลากร จำนวน 45 คน ไปศึกษาดูงานเพื่อสร้างเครือข่ายและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับมหาวิทยาลัยเครือข่ายภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ มหาวิทยาลัยทักษิณ (http://www.tsu.ac.th) และมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (http://www.skru.ac.th) ซึ่งผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นับเป็นประโยชน์ในการนำแนวปฏิบัติมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานตามกรอบแนวทางการประเมินคุณภาพภายในระดับหลักสูตร สามารถสรุปสาระสำคัญ ได้ดังนี้
1. มหาวิทยาลัยทักษิณ เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ (ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2551 ภายใต้ปรัชญาของมหาวิทยาลัย “ปัญญา จริยธรรม นำการพัฒนา”) ดำเนินงานประกันคุณภาพโดยฝ่ายวิชาการและประกันคุณภาพ (http://www.pt.tsu.ac.th/aqad/main) ได้มีการนำระบบการประกันคุณภาพภายในมาประยุกต์ใช้ โดยใช้ตัวบ่งชี้และเกณฑ์ตามกรอบ (1) การประกันคุณภาพภายใน (SAR) ของ สกอ. (2) ตัวบ่งชี้และเกณฑ์ของ สมศ. (3) เกณฑ์ระบบรางวัลคุณภาพแห่งชาติ หรือ Thailand Quality Award (TQA) และ (4) ตัวบ่งชี้ตามยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยทักษิณเอง รวมตัวบ่งชี้ทั้งหมด จำนวน 18 ตัว โดยแบ่งหมวดตัวบ ่งชี้และเกณฑ์ออกเป็น 4 หมวด หมวดที่ 1 กระบวนการบริหารหลักสูตร หมวดที่ 2 การจัดการเรียนรู้และให้คําปรึกษา หมวดที่ 3 คุณภาพอาจารย์ และหมวดที่ 4 คุณภาพหลักสูตรและคุณภาพบัณฑิต (คู่มือประกันคุณภาพหลักสูตร มหาวิทยาลัยทักษิณ) ทั้งนี้ได้นำร่องการประเมินหลักสูตรมาตั้งแต่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว และในปีการศึกษา 2556 ได้นำมาใช้เต็มรูปแบบ โดยคณะและหลักสูตร จะเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการบริหารจัดการคุณภาพภายในตามกรอบที่มหาวิทยาลัยกำหนดด้วยหน่วยงานเองเป็นหลัก
EDUCATIONAL CRITERIA FOR PERFORMANCE EXCELLENCE (EDPEX) มาเผยแพร่ให้ความรู้ในองค์กร เพื่อเตรียมการนำมาใช้กับหน่วยงานที่มีความพร้อม และผ่านการประเมินคุณภาพภายในตามกรอบของ สกอ. ผ่านระดับดีมากแล้ว ซึ่งหลายมหาวิทยาลัยได้นำร่องนำระบบ EdPEx มาใช้ในหน่วยงานเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศแล้วหลายมหาวิทยาลัย เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น
นอกจากนั้น มหาวิทยาลัยทักษิณ ยังได้เริ่มนำระบบ
1. มหาวิทยาลัยทักษิณ เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ (ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2551 ภายใต้ปรัชญาของมหาวิทยาลัย “ปัญญา จริยธรรม นำการพัฒนา”) ดำเนินงานประกันคุณภาพโดยฝ่ายวิชาการและประกันคุณภาพ (http://www.pt.tsu.ac.th/aqad/main) ได้มีการนำระบบการประกันคุณภาพภายในมาประยุกต์ใช้ โดยใช้ตัวบ่งชี้และเกณฑ์ตามกรอบ (1) การประกันคุณภาพภายใน (SAR) ของ สกอ. (2) ตัวบ่งชี้และเกณฑ์ของ สมศ. (3) เกณฑ์ระบบรางวัลคุณภาพแห่งชาติ หรือ Thailand Quality Award (TQA) และ (4) ตัวบ่งชี้ตามยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยทักษิณเอง รวมตัวบ่งชี้ทั้งหมด จำนวน 18 ตัว โดยแบ่งหมวดตัวบ ่งชี้และเกณฑ์ออกเป็น 4 หมวด หมวดที่ 1 กระบวนการบริหารหลักสูตร หมวดที่ 2 การจัดการเรียนรู้และให้คําปรึกษา หมวดที่ 3 คุณภาพอาจารย์ และหมวดที่ 4 คุณภาพหลักสูตรและคุณภาพบัณฑิต (คู่มือประกันคุณภาพหลักสูตร มหาวิทยาลัยทักษิณ) ทั้งนี้ได้นำร่องการประเมินหลักสูตรมาตั้งแต่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว และในปีการศึกษา 2556 ได้นำมาใช้เต็มรูปแบบ โดยคณะและหลักสูตร จะเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการบริหารจัดการคุณภาพภายในตามกรอบที่มหาวิทยาลัยกำหนดด้วยหน่วยงานเองเป็นหลัก
EDUCATIONAL CRITERIA FOR PERFORMANCE EXCELLENCE (EDPEX) มาเผยแพร่ให้ความรู้ในองค์กร เพื่อเตรียมการนำมาใช้กับหน่วยงานที่มีความพร้อม และผ่านการประเมินคุณภาพภายในตามกรอบของ สกอ. ผ่านระดับดีมากแล้ว ซึ่งหลายมหาวิทยาลัยได้นำร่องนำระบบ EdPEx มาใช้ในหน่วยงานเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศแล้วหลายมหาวิทยาลัย เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้นนอกจากนั้น มหาวิทยาลัยทักษิณ ยังได้เริ่มนำระบบ
วันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2557
Google Apps เพื่อการศึกษา
![]() |
| แสดงเครื่องมือ Google Apps สำหรับการศึกษา |
ตัวอย่างเครื่องมือใน Google Apps for Education ที่นิยมใช้งานและรู้จักอย่างแพร่หลายทั่วโลก เช่น Google Mail, Google Hangout, Google Group, Google Plus เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร Google Calendar เป็นเครื่องมือจัดการเวลานัดหมาย ตารางงาน ตารางสอน Google Drive, Google Doc, Google Spreadsheet, Google Form เป็นเครื่องมือจัดการเอกสาร Google Site, Blogger เป็นเครื่องมือการสร้างเว็บไซต์หรือบล็อคอย่างง่าย เป็นต้น และสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานด้านอื่น ๆ ได้อย่างหลากหลายรูปแบบ
ประโยชน์ที่จะได้รับจากการใช้เครื่องมือต่าง ๆ ใน Google Apps for Education
- เชื่อมต่อได้ตลอดเวลา ในพื้นที่ที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้
วันพุธที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2557
การประเมินคุณภาพภายในระดับหลักสูตร คณะ และสถาบัน ปีการศึกษา 2557
เมื่อ วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน 2557 ผู้แทนระดับบริหารมหาวิทยาลัย คณะ/สำนัก/สถาบัน และคณาจารย์ผู้แทนจากหลักสูตร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จำนวน 30 คน ได้เข้าร่วมประชุมสัมมนาวิพากษ์ ร่างคู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2557 ฉบับประชาพิจารณ์ ณ โรงแรมลีการ์เด้น พลาซ่า อ.หาดใหญ่ ที่ผ่านมา โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หาดใหญ่ เป็นเจ้าภาพจัดร่วมกับ สกอ. ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 6 และเป็นเวทีวิพากษ์ครั้งสุดท้าย หลังจากที่จัดในภูมิภาคอื่นๆ มาแล้ว 5 ครั้ง
ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการเตรียมการของมหาวิทยาลัยฯ คณะ และระดับหลักสูตร เพื่อรองรับการประเมินคุณภาพภายในตามตัวบ่งชี้และเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ซึ่งรับผิดชอบโดย สำนักมาตรฐานและประเมินผลอุดมศึกษา หน่วยงานในสังกัด สกอ. และจะนำมาใช้ในปีการศึกษา 2557 ที่จะถึงนี้อย่างแน่นอน (เริ่มเดือนสิงหาคม 2557 ตามกำหนดการเปิดภาคเรียนตามอาเซียน) สาระสำคัญสามารถสรุปประเด็นได้ดังนี้
ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการเตรียมการของมหาวิทยาลัยฯ คณะ และระดับหลักสูตร เพื่อรองรับการประเมินคุณภาพภายในตามตัวบ่งชี้และเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ซึ่งรับผิดชอบโดย สำนักมาตรฐานและประเมินผลอุดมศึกษา หน่วยงานในสังกัด สกอ. และจะนำมาใช้ในปีการศึกษา 2557 ที่จะถึงนี้อย่างแน่นอน (เริ่มเดือนสิงหาคม 2557 ตามกำหนดการเปิดภาคเรียนตามอาเซียน) สาระสำคัญสามารถสรุปประเด็นได้ดังนี้
- ร่างคู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2557 ฉบับประชาพิจารณ์ เพื่อรับฟังความเห็นจากสถาบันอุดมศึกษาหรือหน่วยงานต่างๆ ที่จะถูกประเมินคุณภาพภายในตามระบบที่ สกอ. กำหนดขึ้น ทั้งนี้ เพื่อนำคู่มือฉบับจริงประกาศใช้ให้ทันภายในเดือนสิงหาคม 2557 นี้
- รายละเอียดและกรอบแนวคิดการประเมิน มีทั้งระดับหลักสูตร ระดับคณะวิชา และระดับสถาบัน (มหาวิทยาลัย)
ระดับหลักสูตร ตัวบ่งชี้ครอบคลุมถึง สัดส่วนนักศึกษาต่ออาจารย์ต่อนักศึกษา จำนวนนักศึกษา ต่ออาจารย์ (การเป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ) ผลงานทางวิชาการ ผลงานวิจัยของอาจารย์ ความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ สื่ออุปกรณ์การเรียนการสอน ห้องสมุดและแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ การ ดำเนินการตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา คุณภาพบัณฑิตพิจารณาจาก การมีงานทำหรือประกอบอาชีพอิสระ คุณภาพผลงานตีพิมพ์และเผยแพร่ระดับบัณฑิตศึกษา
ระดับคณะวิชา ตัวบ่งชี้ควรเป็นตัวบ่งชี้ที่ประเมินการดำเนินการของคณะวิชาเพื่อสนับสนุนการ จัดการเรียนการสอนของแต่ละหลักสูตรที่คณะดูแลพิจารณาเฉพาะองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง โดยครอบคลุมด้านกิจกรรมนักศึกษา การให้บริการทางวิชาการ การวิจัย และการประกันคุณภาพ ระดับสถานศึกษา เป็นการประกันคุณภาพในระดับสถาบัน พิจารณาให้เป็นไปตามมาตรฐาน
สถาบัน (มหาวิทยาลัย) ซึ่งประกอบด้วย
1) มาตรฐานด้านศักยภาพและความพร้อมในการจัดการศึกษา ด้านกายภาพ ด้านวิชาการ ด้านการเงิน ด้านการบริหารจัดการ
2) มาตรฐานด้านการดำเนินการตามภารกิจของสถาบัน ประกอบด้วย ด้านการผลิตบัณฑิต ด้านการวิจัย ด้านการให้บริการทางวิชาการแก่สังคม ด้านการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม
วันอังคารที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
การเข้าร่วมโครงการประกวดแนวปฏิบัติที่ดีการดำเนินงานคุณภาพ (PDCA) มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา ทีมงาน สนง.ประกันคุณภาพ (http://web.yru.ac.th/qa) โดยรักษาการผู้อำนวยการ อ.สุวิมล อิสระธนาชัยกุล และ ผศ.สุวรรณา ศรีไตรรัตน์ และทีมงานจากคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร นำทีมโดยคณบดี ผศ.ดร.อับดุลนาเซร์ หะสาเมาะ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ นำทีมโดย อ.ปรีชา พังสุบรรณ ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการฯ และตัวแทนนักศึกษาคณะวิทยาการจัดการ เข้าร่วมกิจกรรมประกวดแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ซึ่งเป็นกิจกรรมเครือข่ายมหาวิทยาลัยในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และมหาวิทยาลัยฟาฏอนี ร่วมกันจัดขึ้น ณ ห้องประชุม อาคารคณะวิทยาการจัดการ โดยแบ่งประเภทการประกวด ได้แก่ (1) ด้านการจัดการเรียนการสอน (2) ด้านการวิจัย (3) ด้านการจัดกิจกรรมนักศึกษา (4) ด้านบริการวิชาการแก่สังคม (5) ด้านการพัฒนางานสนับสนุนและบริการ และประเภทภาค Poster ในด้าน (1) ด้านกิจกรรมนักศึกษา (2) ด้านการปฏิบัติงานของบุคลากร ผลการประกวด มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาได้รับรางวัลชมเชยแนวปฏิบัติที่ดี จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ (1) แนวปฏิบัติด้านการวิจัย เรื่อง รูปแบบการพัฒนานักวิจัยใหม่คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตรมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ของคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร (2) แนวปฏิบัติที่ดีด้านการพัฒนางานสนับสนุนและบริการ เรื่อง การบันทึกเอกสารหลักฐานการประเมินระดับมหาวิทยาลัยในระบบ CHE QA Online ของสำนักงานประกันคุณภาพ (3) การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันในรูปแบบออนไลน์ด้วย Google ของสำนักวิทยบริการ และภาค Poster ผลงานของนักศึกษาคณะวิทยาการจัดการ เรื่อง กิจกรรม วจก.อาสา สร้างสัมพันธ์สังคมสมานฉันท์ในสังคมพหุวัฒนธรรม แนวปฏิบัติที่ดีกิจกรรมนักศึกษา ได้รับรางวัลชนะเลิศ
วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
ประสบการณ์กิจกรรมทบทวนและจัดทำแผนกลยุทธ์ (ยุทธศาสตร์) คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร
คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ได้จัดกิจกรรมประชุมปฏิบัติการทบทวนและจัดทำแผนกลยุทธ์ หรือแผนยุทธศาสตร์ ประจำปี พ.ศ. 2555-2559 และแผนประจำปี เมื่อวันที่ 28-30 เมษายน 2557 ณ อ่าวไทยรีสอร์ท อ.สทิงพระ จ.สงขลา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้บริหาร คณาจารย์และบุคลากรมีส่วนร่วมในการทบทวนและปรับแผนกลยุทธ์ รวมทั้งการนำวิสัยทัศน์ นโยบาย ของคณบดี ผศ.ดร.อับดุลนาเซร์ หะยีสาเมาะ และทีมบริหารมาปรับเข้ากับแผนกลยุทธ์ของคณะ กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.ไพบูลย์ นวลนิล รองอธิการบดีฝ่ายนโยบายและแผน มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา เป็นวิทยากร
สำหรับความรู้และประสบการณ์ที่ผู้บริหาร คณาจารย์และบุคลากร ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ได้แก่ มองเห็นกระบวนการพัฒนาแผนกลยุทธ์หรือแผนยุทธศาสตร์อย่างค่อนข้างครบวงจร โดยเริ่มจากการวิเคราะห์สถานะปัจจุบันขององค์กรด้วยเทคนิคการวิเคราะห์ จุดแข็ง จุดเด่นองค์กร (Strengths: S) จุดอ่อนขององค์กร (Weaks: W) โอกาสในการดำเนินงานตามแผน สำเร็จ (Oppotunities: O) และอุปสรรค์หรือภัยคุกคาม (Treats: T) หรือเรียกว่า SWOT โดยทุกคนในองค์กรมีส่วนร่วมในการแสดงความเห็น ผลจาการวิเคราะห์ SWOT ทำให้ที่ประชุมมีมติปรับวิสัยทัศน์ของคณะจากเดิม “ภายในปี 2559 คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา สามารถผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ ผลิตผลงานวิจัยและงานสร้างสรรค์เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งบริการวิชาการ และถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในท้องถิ่น” เป็นข้อความที่กระชับ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของผู้บริหารชุดใหม่ คือ “ผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ สร้างงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาท้องถิ่นชายแดนใต้” เพื่อให้ภาพในอนาคตอีก 4 ปีข้างหน้าของคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาชัดเจนมากยิ่งขึ้น และสามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานขององค์กรให้บรรลุเป้าประสงค์ ส่งเสริมให้เกิดภาพอนาคตตามวิสัยทัศน์ของคณบดีและคณะผู้บริหารคณะได้
แหล่งข้อมูลเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการทำแผนยุทธศาสตร์องค์กร
สำหรับความรู้และประสบการณ์ที่ผู้บริหาร คณาจารย์และบุคลากร ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ได้แก่ มองเห็นกระบวนการพัฒนาแผนกลยุทธ์หรือแผนยุทธศาสตร์อย่างค่อนข้างครบวงจร โดยเริ่มจากการวิเคราะห์สถานะปัจจุบันขององค์กรด้วยเทคนิคการวิเคราะห์ จุดแข็ง จุดเด่นองค์กร (Strengths: S) จุดอ่อนขององค์กร (Weaks: W) โอกาสในการดำเนินงานตามแผน สำเร็จ (Oppotunities: O) และอุปสรรค์หรือภัยคุกคาม (Treats: T) หรือเรียกว่า SWOT โดยทุกคนในองค์กรมีส่วนร่วมในการแสดงความเห็น ผลจาการวิเคราะห์ SWOT ทำให้ที่ประชุมมีมติปรับวิสัยทัศน์ของคณะจากเดิม “ภายในปี 2559 คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา สามารถผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ ผลิตผลงานวิจัยและงานสร้างสรรค์เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งบริการวิชาการ และถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในท้องถิ่น” เป็นข้อความที่กระชับ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของผู้บริหารชุดใหม่ คือ “ผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ สร้างงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาท้องถิ่นชายแดนใต้” เพื่อให้ภาพในอนาคตอีก 4 ปีข้างหน้าของคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาชัดเจนมากยิ่งขึ้น และสามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานขององค์กรให้บรรลุเป้าประสงค์ ส่งเสริมให้เกิดภาพอนาคตตามวิสัยทัศน์ของคณบดีและคณะผู้บริหารคณะได้
นอกจากนั้น กิจกรรมครั้งนี้ทำให้ผู้บริหาร คณาจารย์และบุคลากร มีความรู้และมีประสบการณ์กระบวนทำแผนยุทธศาสตร์ตั้งแต่ขั้นตอนการวิเคราะห์ SWOT การปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์ การกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ การกำหนดเป้าหมายของยุทธศาสตร์ การกำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายสำหรับการวัดความสำเร็จ การกำหนดกลยุทธ์ที่เป็นวิธีการที่จะทำให้บรรลุเป้าหมาย รวมถึงการโครงการ/กิจกรรม งบประมาณ และการกำหนดผู้รับผิดชอบ ผลการดำเนินกิจกรรมครั้งนี้ ทำให้คณะ
วิทยาศาสตร์ฯ มีร่างแผนกลยุทธ์ฯ ประจำปี พ.ศ. 2555-2559 ที่ได้รับการปรับโดยกระบวนการมีส่วนร่วม เพื่อนำแผนดังกล่าวเสนอต่อประชาคมชาวคณะวิทย์ฯ และคณะกรรมการบริหารคณะฯ ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะต่อไป
วิทยาศาสตร์ฯ มีร่างแผนกลยุทธ์ฯ ประจำปี พ.ศ. 2555-2559 ที่ได้รับการปรับโดยกระบวนการมีส่วนร่วม เพื่อนำแผนดังกล่าวเสนอต่อประชาคมชาวคณะวิทย์ฯ และคณะกรรมการบริหารคณะฯ ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะต่อไป
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





























